News & Article Details

การปรับตัวของธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

ด้วยจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ความต่อเนื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจนำไปสู่ความต้องการใช้ทรัพยากรเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โลกเราใช้ทรัพยากร 65,000 ล้านตันต่อปี โดยร้อยละ 60 กลายเป็นขยะที่ถูกทิ้งกลับสู่หลุมฝังกลบ ซึ่งเป็นผลมาจาก เศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear Economy) กล่าวคือ เป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ (Take) ในการผลิตสินค้า (Make) และเมื่อสินค้าถูกใช้โดยผู้บริโภคจนสิ้นอายุการใช้งาน (Use) สินค้าเหล่านั้นก็จะถูกทิ้งหรือกำจัด (Dispose) โดยไม่นำกลับมาใช้อีก ซึ่งเศรษฐกิจแบบนี้ก่อให้เกิดขยะ และปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา เพราะไม่มีการนำส่วนที่ยังใช้การได้กลับมาใช้ใหม่ แต่กลับให้ความสำคัญกับการเพิ่มกำไรของระบบเศรษฐกิจให้มากที่สุดเท่านั้น และด้วยวิกฤตการขาดแคลนทรัพยากรจากการใช้มากเกินกว่าขีดความสามารถในการรองรับของโลกและปัญหาความเสื่อมโทรมของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการบริโภคที่ไม่ยั่งยืนของมนุษย์ จึงเริ่มมีแนวคิดเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ให้ระบบการผลิตต้องมีการวางแผนโดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้ยาวนานที่สุดโดยเกิดประโยชน์สูงสุด สามารถนำทรัพยากรกลับมาสู่ระบบได้อีกครั้ง (Return) ซึ่งทำให้ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ (Virgin material) และลดการเกิดของเสีย (Waste minimization) แทนการทิ้งเป็นขยะเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน ดังภาพ


 

เศรษฐกิจหมุนเวียนมีจุดเด่น คือ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดปริมาณขยะ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจไทยหลายประการ ได้แก่


 

  • ลดการใช้วัตถุดิบใหม่ โดยมุ่งเน้นบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เลือกใช้ทรัพยากรที่สามารถทดแทนได้ และนำกลับทรัพยากรเหลือใช้เข้าสู่ระบบเพื่อเป็นวัถดุดิบตั้งต้นต่อไป
  • คงคุณค่าผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ และวัสดุส่งเสริมการสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวขึ้น เช่น ผู้ผลิตให้บริการรับเปลี่ยนหรือซ่อมแซมสินค้าให้กับผู้บริโภค, Refurbish คือกระบวนการนำสินค้าที่ได้รับความเสียหายหรือเกิดตำหนิที่ถูกส่งคืนกลับไปยังผู้ผลิต แล้วผ่านการซ่อมแซม รวมไปถึงการออกแบบสินค้าให้สามารถแยกส่วนเพื่อการซ่อมแซมหรืออัพเกรดชิ้นส่วนได้ง่าย เป็นต้น
  • ลดผลกระทบทางลบให้เหลือน้อยที่สุด ลดของเสียจากระบบ (waste minimization) คัดแยกขยะของเสียตามประเภทที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบการผลิตของแต่ละประเภทได้ เช่น นำขยะอินทรีย์มาทำปุ๋ยหมัก เลือกซื้อสินค้าที่นำกลับมารีไซเคิลได้หรือที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เป็นต้น

การปรับตัวของธุรกิจไทยเพื่อเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ธุรกิจไทยสามารถปรับตัวเพื่อเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ โดยเริ่มจากขั้นตอนดังนี้

  • เข้าใจหลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียน ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างถ่องแท้ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนได้อย่างเหมาะสม ตัวอย่างเช่น หลักการ 9Rs ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ซึ่งเป็นหลักการในการลดการสูญเสียและขยะในกระบวนการผลิตและการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการ โดยแต่ละ "R" มีความหมายดังนี้

1. Reduce by Design การออกแบบที่ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน

2. Refuse หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

3. Reuse นำกลับมาใช้ซ้ำเพื่อยืดอายุการใช้งาน

4. Reduce ลดการใช้ทรัพยากรและลดการสร้างของเสีย

5. Repair ซ่อมแซมของที่เสียหายให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

6. Refurbish ปรับปรุงหรือฟื้นฟูผลิตภัณฑ์เก่าให้กลับมาใช้งานได้และอยู่ในระดับคุณภาพที่กำหนด

7. Remanufacture นำส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เก่ามาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

8. Repurpose นำวัสดุที่ไม่ได้ใช้งานมาใช้ในวัตถุประสงค์ใหม่ที่มีลักษณะการใช้งานต่างจากเดิม

9. Recycle แปรรูปวัสดุเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่

  • ประเมินความพร้อมของธุรกิจ ผู้ประกอบการควรประเมินความพร้อมของธุรกิจของตนในด้านต่างๆ เช่น กระบวนการผลิต วัตถุดิบที่ใช้ และพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อกำหนดแนวทางการปรับเปลี่ยนที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการควรสำรวจว่ามีปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตมากน้อยเพียงใด และสามารถลดขยะเหล่านั้นได้อย่างไร
  • กำหนดเป้าหมายและแผนการดำเนินงาน ผู้ประกอบการควรกำหนดเป้าหมายและแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการควรกำหนดเป้าหมายในการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เป็นต้น


การสร้างความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน (Sustainable Supply Chain) 

เป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ผู้ประกอบการควรร่วมมือกับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางและดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อลดการใช้ทรัพยากร ลดการสูญเสีย และเพิ่มการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิล ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการควรร่วมมือกับซัพพลายเออร์ในการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมมือกับร้านค้าปลีกในการส่งเสริมการนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่

ปัญหาและความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยอาจพบในการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่

  • ต้นทุนในการปรับเปลี่ยน การปรับธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอาจต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากในระยะเริ่มต้น ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการอาจต้องลงทุนในการเปลี่ยนเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิต หรือลงทุนในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ความท้าทายในการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจยังไม่คุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์และบริการที่ยั่งยืน จึงอาจไม่ยอมรับผลิตภัณฑ์และบริการเหล่านั้น 

เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นแนวทางสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจไทย ธุรกิจไทยควรให้ความสำคัญกับการปรับตัวเพื่อเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและดำเนินการตามแนวทางต่างๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น

แหล่งอ้างอิง : สมุดปกขาวการ เรื่องพัฒนาระบบเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน https://www.nxpo.or.th/

https://www.cpgroupglobal.com/th/sustainability/home-living-together/circular-economy